เป็นคำถามง่ายๆ แต่ตอบยากยิ่งกว่าข้อสอบอีก
คิด...
คิค...
แล้วคิค...
?
Oh My God.
คิคแล้วคิดอีก...
ลองไปหาในอินเตอร์เน็ตดีกว่าเพื่อเจอที่เที่ยวที่เข้าไปเที่ยวกัน...
(ผมมีทริปนำเสมอ...เป็นที่ Unseen in Thailand ใหม่) ยังไม่ค่อยมีใครรู้จักเท่าไร (ณ ตอนนั้น)
แล้วมันอยู่ที่ใดไปยากหรือเปล่า...
ที่สำคัญสวยหรือเปล่า
อย่างอื่นไม่สนในขอให้ วิวสวย (ไปดูเองสิถามทำไม...)
เหนื่อยแน่แต่แค่ไหนไม่รู้ (แล้วแต่ร่างกายแต่ละคน...ตอบไม่ได้)
แล้วหนาวหรือเปล่า (ก็ไปช่วงเดือน พฤศจิกายน-มกราคม มันก็ต้องหนาวสิ...)
^^
ม่อนจอง ดินแห่งทุ่งหญ้าสีทอง
สำหรับท่านที่กำลังหาข้อมูลม่อนจอง สามารถหาได้จากแหล่งข้อมูลในอินเตอร์เน็ต (มีเยอะแยะครับ)
หลายท่านก็คงได้ข้อมูลมาจาก Pantip
การเดินทางไปยังม่อนจองสามารถไม่ได้สองรูปแบบ
1. ซื้อทัวร์ (สบายสุด ๆ...)
2. ไปกันเอง (ฟินสุด ๆ)
เมื่อหาข้อมูลการเดินทางครบแล้ว ก็กำหนดช่วงเวลาที่จะเดินทาง (หมายเหตุ : อาจต้องจองคิวถ้าไปเที่ยวในช่วงเทศกาลมหากรรมการท่องเที่ยว)
ถ้าไปช่วงเทศกาลก็จะเจอเทศกาลรถติด คร้าบบบบบบ
กว่าจะถึง
สำหรับใครที่เดินทางไปเองต้องไปหา ลูกหาบ (คนสำคัญที่จะช่วยเรายกของ)
เมื่อหาลูกหาบได้แล้วก็เดินทางไปยัง ที่ทำการหน่วยพิทักษ์ป่ามูเซอ ต่อ เพื่อขออุนญาตเข้าม่อนจองครับ
ณ จุดนี้เราจะต้องจ่ายค่า1. เข้าคนละ 20 บาท
2. ค่ากางเต้นหลังละ 100 บาท
3. ค่าเจ้าหน้าที่นำทางวันละ 600 บาท (ต้องมีจ้าหน้าที่พาไปเท่านั้นถึงจะไปได้)
จากนั้นก็เดินทางกันเลย (ใช่เอา Mazda 2 ไปนะครับ เช่ารถเข้าไปอีกที่เพราะถนนโหดมากกกกกก)
จากที่ทำการหน่วยพิทักษ์ป่ามูเซอไปยังจุดลงเดินอีก 11 กิโลเมตร เพื่อลงเดิน
หึ...หึ จะ 4 โมงเย็นแล้วนะ
เมื่อเดินขึ้นดอย 3 หอบมาได้จุดหนึ่งมองลงไปดูเพื่อนร่วมเดินทางคนอื่นๆ (ในใจมันสูงนะเนี่ยะเดินขึ้งมาได้ไง)
เมื่อถึงจุดกางเต้นแล้วก็จัดการกางเต้นท์เสร็จแล้ว ก็กินข้าว หลายคนเมื่อถึงเวลากลางคืนไปแล้วก็มักจะนอนอยู่ในเต้นท์...เพราะว่ามันหนาว แต่พวกผมมานอนดูดาว 555 ^^
ตอนเช้าต้องเดินขึ้นไปที่ดอยหัวสิงห์ต่อ
สำหรับในที่สุดก็เดินมาถึงจยได้ ^^
จากนั้นก็ถ่ายรูปๆ ถ่ายรูปๆ...
เมื่อถ่ายรูปๆ จนพอใจแล้วก็ได้เวลากลับที่กางเต้นท์ทานข้าวเช้า เก็บเต้นท์
ขาเดินกลับ
ถึงทางออกแล้ว
** สำหรับท่านที่คิดจะเอารถ 4X4 ระวังโดนทุบกระจกขโมยของนะครับ










































